จงระวังอย่าให้ผู้ใดหลอกลวงท่านได้

ช่วงชีวิตของคนเราต้องผ่่านการพบปะผู้คนมาหลายประเภท บางคนแสนจะน่ารัก มีแต่ความอบอุ่น ความหวังดี มาให้แก่เรา บางคนก็แสดงตนเหมือนเป็นศัตรูกับเราตั้งแต่เพิ่งพบหน้ากันครั้งแรก แต่ถึงกระนั้นเราก้ไม่อาจตัดสินได้ว่า แต่ละคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเรา คนที่ทำดีกับเราจะเป็นคนที่แสนดี หรือคนที่เหมือนจะทำร้ายเราจะเป็นคนไม่ดี ข้าพเจ้าทบทวนถ้อยคำสอนของพระเจ้าที่ว่า “หน้าที่ตัดสินเป็นของพระเจ้า” ส่วนข้าพเจ้าเป็นเพียงผู้ที่ต้องดำเนินชีวิตให้อยู่ในข้อคำสอนของพระองค์ หลายครั้งที่ข้าพเจ้าเฝ้าทบทวนถึงความบกพร่องของตนเอง รอยบาปที่เป็นตำหนิอยู่ในวิญญาณของข้าพเจ้า แม้ข้าพเจ้าจะสัมผัสพระเมตตาที่พระเจ้าทรงมีต่อข้าพเจ้าผ่านสิ่งดีดีที่เข้ามาในชีวิต แต่รอยบาปเหล่านั้นก็ยังคงติดตรึงอยู่ในวิญญาณ เพื่อให้ข้าพเจ้ารู้จักถ่อมตนลง และไม่กลับไปทำเช่นนั้นอีก

ข้าพเจ้าเคยตัดสินคนจากคำบอกเล่าของผู้อื่น นั่นก็เป็นอีกรอยบาปหนึ่งของข้าพเจ้า กับการตัดสินบนพื้นฐานความอ่อนแอ เมื่อใครคนหนึ่งที่ดูน่าเชื่อถือ น่าเคารพ พยายามบอกเล่าถึงใครอีกคนหนึ่ง และกำชับให้ข้าพเจ้าอยู่ห่างๆ จากบุคคลคนนั้น เมื่อใจข้าพเจ้าติดลบ และดวงตาข้าพเจ้ามืดบอดต่อความยุติธรรม บุคคลที่สามที่ถูกกล่าวหาต้องมามีรอยมลทิน เพียงเพราะความเชื่อในถ้อยคำผู้อื่นของข้าพเจ้า วันเวลาผ่านไป และความจริงก็ต้องปรากฏ ว่าแท้จริงแล้ว บุคคลที่สามคนนั้น เหนือกิจการของเขาที่เหมือนจะถูกมองว่าเป็นลบ เขากลับน่าเชื่อถือมากกว่ายิ่งนัก วันเวลาจะสอนเราว่า ใครเป็นเช่นไร นี่เป็นเหตุการณ์แรกในชีวิตของข้าพเจ้าที่สอนข้าพเจ้าว่า อย่าตัดสินผู้อื่นเพียงเพราะได้ยินมาจากผู้ที่เราเชื่อถือเท่านั้น “จงระวังอย่าให้ผู้ใดหลอกลวงท่านได้” (ลูกา 21:8)

อันที่จริงแล้ว ข้าพเจ้ารู้สึกขอบพระคุณพระเจ้า ที่ให้อิสรภาพ และอนุญาตให้มารร้ายเข้ามาทดลองข้าพเจ้า จนบางครั้งข้าพเจ้าต้องพลาดพลั้งอยู่ในความผิดบาปไปบ้าง เหตุการณ์ความ ผิดพลาดเหล่านั้น ทำให้ข้าพเจ้ามีความพยายามที่จะแก้ไข ปรับปรุงตัวเองมากยิ่งขึ้น ดำเนินชีวิตอย่างรอบคอบมากยิ่งขึ้น และศึกษา ค้นคว้า ไตร่ตรองชีวิตตนเองจากพระวาจามากยิ่งขึ้น ตราบใดที่เรายังยึดมั่นในความเชื่อ ความหวัง และความรักในพระคริสตเจ้า เรายังดำเนินชีวิตอยู่ในเส้นทางของพระเจ้า แม้ในบางครั้งเราอาจจะพลาดผิดบกพร่องไปบ้างบนหนทาง แต่ทุกครั้งเรารู้สึกสำนึก และกลับมาสู่เส้นทางของพระเจ้าอีกครั้ง เตรียมตัว เตรียมใจให้พร้อมเสมอ และเมื่อวันสุดท้ายมาถึง เราจะได้ร่วมส่วนกับพระเจ้าในพระราชัยสวรรค์ “ดูซิ วันนั้นกำลังมาถึง” (มาลาคี 3:19) น่าสงสารสำหรับผู้ที่ไม่เคยคิดว่าตนเองเป็นคนบาปเลย เขาไม่เคยมองเห็นข้อบกพร่องของตนเอง เมื่อมองไม่เห็นข้อบกพร่องของตนเอง ก็เมตตาคนรอบข้างไม่ได้ เพราะคนที่มีใจเมตตา ย่อมรู้สึกว่าตนเองบกพร่อง เมื่อไม่กี่วันมานี้ มีข่าวดาราชายคนหนึ่งถูกรถมอเตอร์ไซด์เฉี่ยวไฟท้ายแตก ทันทีที่ชายคนขับมอเตอร์ไซด์วกรถกลับมาดูรถของดาราชายผู้เสียหายคนนั้น เขากลับถูกกระชากคอเสื้อ ถูกชกหน้า และถูกบังคับให้กราบรถของดาราชายผู้นั้น หลังจากที่คลิปวีดีโอนี้ถูกแชร์ไปในโลกออนไลน์ คนถูกก็กลับกลายเป็นคนผิด และคนผิดก็กลายเป็นบุคคลที่สมควรได้รับความเห็นใจอย่างยิ่ง ดาราชายผู้เคยได้รับรางวัลคนไทยตัวอย่าง กำลังมีอนาคตที่รุ่งโรจน์ มีภาพลักษณ์ที่ช่วยเหลือสังคมลงในอินสตาแกรมไม่ว่างเว้น สิ่งเหล่านั้นยังไม่อาจการันตีได้เลยว่า แก่นแท้ของจิตใจเขาเป็นอย่างไร จริงแท้และแน่นอน คนดีที่แท้จริง ย่อมตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ และคนที่ดีเพียงฉาบฉวย วันหนึ่งภาพลักษณ์ที่แท้จริงของเขาก็ย่อมปรากฏ และเป็นพยานปรักปรำตัวเขาเอง

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s